Breaking News
Home / Review / รีวิว Skullcandy Crusher Wireless การกลับมาของหูฟังกระโหลกหวานย่านเสียงดุ

รีวิว Skullcandy Crusher Wireless การกลับมาของหูฟังกระโหลกหวานย่านเสียงดุ

Skullcandy หูฟังสัญชาติอเมริกันที่กลับมาทำตลาดในบ้านเราอีกครั้ง
ในการกลับมาของเจ้าหัวกระโหลกหวานครั้งนี้ ก็มีอีเวนต์ร่วมกับศิลปินเพลงเพื่อตอกย้ำภาพของการเป็นหูฟังของนักฟังเพลงที่แท้จริง
มากกว่าภาพจำที่คนติดว่าคือหูฟังสายหวานแบบที่ผ่านมา และนี่คือความดุดันของรุ่น Crusher Wireless ที่เป็นหูฟังแบบบลูทูธ

สิ่งน่าสนใจ Skull Candy Crusher Wireless

  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานสูงสุด 40 ชั่วโมง
  • ชาร์จไฟเร่งด่วย 10 นาที่เล่นได้ต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง
  • ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Passive
  • ไมโครโฟนในตัว
  • รองรับสาญสัญญาณ 3.5 มม.

แกะกล่องลองฟัง

การบังคับหูฟังบลูทูธ ค่อนข้างเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับหูฟังหลายตัว
ที่กดปุ่มไม่สู้จะถนัดเท่าไหร่ รุ่นนี้เป็นปุ่มวงกลมขนาดใหญ่ใต้เครื่องหมายบวก คือวาวงนิ้วโป้งลงไปยังกไงก็ต้องโดน

ประโยคที่ว่่า “Bass You Can Feel” นั้นมาจากไหน
มาจากที่ด้านซ้ายของหูฟังนั้นมีตัวคอนโทรลเสียงเบสด้วยการปาดขึ้น หรือว่าปาดลง
จังหวะระยะการปาดจัดว่าลื่นครับ จนบางทีเราก็นึกอยู่ว่าขอให้มันหนืดกว่านี้ก็ได้นะ
การชาร์จไฟยังคงใช้พอร์ทแบบ micro USB ส่วนด้านขวานั้นปุ่มกดไม่มีอะไรซับซ้อนครับ

ปุ่ม + คือ ปรับเพิ่มเสียง ,กลับไปฟังเพลงก่อนหน้า

ปุ่ม – คือ ปรับลดเสียง ,กลับไปฟังเพลงก่อนหน้า

ปุ่ม 0 คือ เปิด-ปิด ,เชื่อมต่อกับอุปกรณ์  ,รับสายวางสาย

ในเรื่องของไดรเวอรืนั้นมากับขนา 40 มิลลิเมตรก็จัดว่าให้มาแบบสมตัว
ในเรื่องของงานประกอบและการดีไซน์นั้นมาเป็นสีดำด้าน ใช้ไปสักพักแบบพกใส่กระเป๋า
หรือวางไว้ไหนต่อไหนก็ต้องหยิบมาออกมาเช็ดนิดนึง
ส่วนเรื่องของฟองน้ำและการบุตัว Ear pad วัสดุหุ้มมาเป็นหนังซึ่งอันนี้เราชอบมากเพราะมันทำความสะอาดง่ายมาก

น้ำหนักตัวอยู่ที่ 275 กรัมนี่ไม่จัดว่าเบาแน่นอน ตอนเราเอาใส่คล้องคอก็รู้สึกว่ามันแอบหนักอยู่เหมือนกัน
แต่ก็ถือว่าแลกกันกับความแข็งแรงทั้งตัวก้าน ฟองน้ำที่ด้านบนและที่บุตำแหน่งหูฟัง

ทดสอบการฟัง Skullcandy Crusher Wireless

ด้วยภาพลักษณ์ของหูฟังออกมาในโทนดุดัน แต่เมื่อลองมองใกล้ๆ หยิบจับมาคล้องคอก็ดูว่ามันมีความพรีเมี่ยมที่อยู่ในตัวเอง
เราก็เลยคาดเอาเอางไปก่อนกว่า ในความดุดันนั้นมันต้องมีความหรูหราอยู่ในเนื้องเสียงแถมมาบ้างล่ะ
เพลงที่เราเลือกมาทดสอบก็เลยออกมาในโทนนี้ครับ

Low Key feat. GAZZILA & pukkey : DJ KEN KANEKO

เราเลยเลือกทดสอบกับเพลง Hip-Hop ก่อน เอาที่สมัยใหม่หน่อยอย่าง DJ Ken Kameko
ตัวเพลงที่ถ่ายอดออกมาอาจจะไม่สะใจสายเบสมากเท่าไหร่ แต่เสียงร้องย่านกลางที่เป็นเมโลดี้ หรือว่าเสียงร้องที่เป็น Auto Tune จัดว่าฟังดี
ไลนส์เบสเราทดสอบบน iPhomne โดยเลือก Trebass Reducer เบสเลยจะมาแบบผู้ดีๆ นิดนึง
แต่ถ้าอยากได้ฟังเบสแบบชัด ลองเลือกเป็น Flat คราวเบสขยับมาแบบหนืดๆ ตามบีทของเพลง แต่ชัดซัดยังไงก็ไม่เบลอ

Teacher Teacher : AKB48

เราลองทดสอบกับกับเพลงสายไอดอลบ้างอย่าง AKB 48 เราลองปรับ EQ ไปที่หมวด Dance
มิติเสียงเริ่มเหมาะกับเพลงเต้นรำมากกขึ้น แต่อย่างที่บอกอย่าคาดหวังความเป็นเบสโบ้มๆ เหมือนเต้นอยู่หน้าตู้ลำโพงขนาดยักษ์
ขนาดดันมากขึ้น มันก็ยังเป็นเบสแบบผู้ดี มานิ้มๆ นวลๆ ลูกๆ ไม่อู้ฟู้สู้รูหูอะไรทั้งนั้น  จังหวะรัวกลองยังฟังได้อยู่ไม่บวมเบลอ เสียงฉาบยังชัดเจน

I Wanna Love You : Loso

เราลองปรับ EQ มาเป็นที่ Rock คราวนี้ความรุ้สึกเหมือนฟังอยู้ในห้องอัดเสียงหน่อย
คือสเตจของเสียงมันออกมาทางกว้างบ้างแล้ว แต่ถ้าอย่างฟังแบบชัดเจน ฟังเสียง Distrotion ชัด เสียงหวดหนังกลอง เหมือนไปนั่งฟังอยู่ในห้องซ้อม
เลือกเป็น Late Night เลยครับ ฟัง Rock ดิบๆสนุกใช้ได้ตัวนี้ ความสดถูกดึงออกมาค่อนข้างดี

My Immortal – Evanescence

ตอนแรกยังไม่ชัดอะไรมากนักหรอก เสียงยังมาแบบกลืนๆ กันอยู่ อาจจะไม่ฟังแล้วใสมาส

เราลองปรับ EQ มาเป็น Piano โอเคไดนามิคของ Pianop จากหูหลังงตัวนี้มาเต็ม
ความรู้สึกเหมือนเรากำไลังนั่งพรมนิ้วแล้วแล้วมีเครื่องสายอยู่ข้างหลังซ้าย
เว้นแต่อยากได้ความ พ๊อพ ขึ้นมา เลือกเป็น Late Night
แต่กับเสียง Distrotion อาจจะเบลอๆ หน่อย ถ้าฟังเวอร์ชั่น Band เลือก Flat จะได้มิติเสียงที่ดีกว่า

Distortion – BABYMETAL

เสียง Auto Tune เบส กลอง เสียรัวกระเดืองใบเขื่องราวกับห่าปืนกลมนี่ซัดมาเต็มรูหูเหมือนไม่มีที่ให้หายใจ
เสียงกีตาร์สับถ้าฟังแบบ Flat ที่สับกันสนรุดสุดแล้ว ชัด ๆไม่บวมเบลอ
แต่ถามว่า Clean มั้ย มันก็ Clean เท่าที่หูฟังระดับครึ่งหมื่นสามารถให้คุณได้
คือติดความเป็นเมทัลผู้ดี เหมือนฟังเครื่องเสียงชุดขนาดกลางๆ ตามห้าง
ถ้าฟัง Metal สมัยใหม่ น่าจะชอบอยู่ แต่ถ้าสาย Industrial ก็เกือบจะสุดอยู่เหมือนกัน

ซื้อดีมั้ย Skullcandy Crusher Wireless

ถ้ามองข้างกล่อง มองด้วยตาแล้วเอามือมาสัมผัส ก็ดูเป็นหูฟังที่หน้าตาดูดุดันมาดอย่างเข้มเรียบ
แต่เสียงนี่ให้มานึกเสียงที่ออกมาคือเป็นคนชอบเพลงร็อค ชอบเมทัล แต่อยู่ในชุดแบบผูกไทด์ใส่สูท
แต่เพลงที่เปิดอยู่ในหูที่นี่รูดกีตาร์มาอย่างยับ จับพกพาไปไหนไม่ยากเพราะขามันพับได้
ถ้าชอบเสียงเบสแบบผู้ดีภายใต้หน้าตาที่ดุดันก็คบหากันได้ครับ

About jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Check Also

รีวิว Outter Box Comutter เคส iPhone กันกระแทกพันธุ์อึด

Outter Box คือห …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

four + eleven =

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.