Review

รีวิว Samsung Galaxy A50 กับ 5 เหตุผลดีๆ ที่ควรซื้อ

Samsung Galaxy A50

Samsung Galaxy A50 หลังจากที่เปิดตัวไปและเริ่มมีการปล่อยพรีวิวแรกไป ก็มีความสนใจจากแฟนๆ สมาร์ทโฟนของซัมซุง และได้รับความสนใจจากผู้ใช้ทั่วไปที่กำลังมองหาโทรศัพท์ที่การออกแบบดี มีเทคโนโลยีสำหรับวันนี้ ในราคาที่เหมาะสม ถ้าคุณกำลังหาเหตุผลเพื่อตัดสินใจไม่ใช่ซื้อเพราะวู่วามใจหรือใครมาป้ายยา ผมจะอธิบาย 5 ข้อดีที่อยากให้คุณเก็บไว้พิจารณาครับ

1. ระบบรักษาความปลอดภัยล้ำสมัยสแกนลายนิ้วมือที่ใต้หน้าจอ

Samsung Galaxy A50

เรื่องของ Biometric Security นี่เป็นสิ่งจุดชี้ความล้ำหน้าของโทรศัพท์มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว
คือถ้าเมื่อสักสองปีโทรศัพท์ยี่ห้อไหนมีการสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง นี่คือถือว่าล้ำหน้าสุดๆ
แต่สำหรับปีนี้โทรศัพท์รุ่นใหม่ต้องใส่ระบบสแกนลายนิ้วมือไว้ที่ใต้จอสิถึงถือว่าล้ำจริง ซึ่งรุ่นนี้รองรับการแสกนลายนิ้วมือที่ใต้หน้าจอโทรศัพท์แบบเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Galaxy Note 9

เราสามารถตั้งความปลอดภัยของเครื่องให้ทำการสแกนลายนิ้วมือที่ใต้จอร่วมกับการสแกนใบหน้า จากที่เราหยิบจับและทดลองการใช้จริงแล้ว ก็สามารถเข้าใช้งานคู่กันได้อย่างราบรื่น

สแกนลายนิ้วมือที่หน้าจอนั้นดีอย่างไร เพราะบางทีเราก็อยากเอาโทรศัพท์ใส่เคสสวยๆ ก็อยากให้เคสนั้นคลุมเต็มไปทั้งแผ่นหลัง และการวางตำแหน่งนิ้วที่หน้าจอดูจะเป็นธรรมชาติมากกว่า และบางครั้งเราอาจจะไม่สะดวกที่จะใช้ระบบสแกนใบหน้า การใช้ลายนิ้วมือก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็ว

2. กล้องที่ทุกคนสามารถถ่ายได้ด้วยความสบายใจ

Samsung Galaxy A50

เทรนด์โทรศัพท์ของปีนี้ต้องมีสามกล้องแล้วนะครับ แน่นอนว่าทุกคนชอบดูภาพจากโทรศัพท์ที่ถ่ายกันมาสวยๆ
แต่เราก็รู้สึกลึกๆ นะว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ถ่ายรูปเก่ง แบบที่เล็งจอแล้วสามารถจบได้หลังกล้อง
ถ้าการที่หยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปแล้วรู้สึกเกร็งว่าถ่ายออกมาแล้วมันจะออกมาไม่ดี ในรุ่นนี้ก็มีตัวช่วยที่ทำให้คนธรรมดาสามารถสบายใจเวลายกโทรศัพท์ถ่ายรูป

ด้วยระบบกล้องอัจฉริยะจะมีการตรวจสอบวัตถุตรงหน้า แล้วเลือกโปรไฟล์ในการถ่ายที่เหมาะสมให้
อย่างผมถ่ายดอกไม้ระบบอัจฉริยะก็ระบุว่ากำลังถ่ายดอกไม้ให้แบบอัตโนมัติ

อยากถ่าย Live Focus อยากได้รูปหน้าชัดหลังเบลอแบบสวยๆ
ระบบของกล้องก็จะเตือนคุณทันทีเลยว่าระยะเท่านี้ ไม่สามารถใช้ได้นะ
เพื่อที่ว่าจะได้จัดองค์ประกอบใหม่ เพื่อเว้นระยะให้สามารถถ่ายแล้วละลายหลังได้เหมาะสม

รวมถึงการแจ้งเตือนต่างๆ ที่ยกระบบมาจากรุ่นพี่

  • Eye Blink ถ่ายภาพแล้วมีคนหลับตา
  • Facial Blur กล้องมันสั่น หรือใจเธอเองที่หวั่นไหว ระบบจะเตือนให้ถ้าภาพนั้นอาจจะเบลอ แล้วเธอไม่ชัดเจน
  • Backlit ถึงแสงอาทิตย์อาจจะแรง แต่ไม่ถ่ายย้อนแสงจะดีกว่า เปิด HDR ช่วยหน่อยมั้ย
    นั่นคือความปราถนาดีจากกล้องที่มีให้กับเรา

การปรับแต่งได้ไม่ใช่แค่กล้องหลังแต่กล้องหน้าก็ยังสามรถทำได้มากว่าถ่าย Beauty อยากถ่ายให้หน้าตัวเองดูเด่นกว่าฉากหลัง หรือยากให้ฉากหลังที่เป็นแสงไฟนวลๆ ซอฟท์แวร์ของกล้องหน้าก็มี Live Focus ให้ใช้ด้วยเช่นกัน

ซึ่งการถ่าย Live Focus ที่กล้องหน้าไม่ใช่แค่ถ่ายมาแล้วจบไป แต่ระบบของกล้องก็คอยช่วยเราดูแล้วมีคำเตือนว่าระยะไหน ถึงจะจับในหน้าและสามารถใช้เอ็ฟเฟ็คได้ ถ้าเกิดเปลี่ยนใจอยากหลังเบลอกว่าที่เห็น หรืออยากเห็นฉากหลังชัดๆ ยังกลับมาปรับแต่งได้แบบไม่ต้องขัดใจในตัวเองครับ

มุมมองต่อโลกที่เปลี่ยนไปจาการใช้เลนส์ที่ต่างกัน อย่างที่เห็นกันข้างบน คือโทรศัพท์จะมี 3 กล้องนั่นคือ

  • กล้องเก็บภาพทางลึกความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลักความละเอียด 25 ล้านพิกเซล
  • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

เราจะพูดแบบพึ่งเป้าไปที่กล้องหลักกับ Ultra Wide ก่อน ซึ่ง Ultra Wide ขบายความกว้างเก็บภาพจากมุมมองที่ 123 องศา ซึ่ง Ultra Wide ใครๆก็คิดว่าต้องมีไว้เพื่อถ่ายวิว บางครั้งมันก็ไม่จำเป็นเสมอไป ลองดูจากภาพตัวอย่างนะครับ

ภาพนี้คือการเก็บรายละเอียดจากระยะปกติ จากกล้องหลักความละเอียด 25 ล้านพิกเซล F1.7 มุมกว้าง 78 องศา ก็เก็บรายละเอียดได้ดีที่ในที่แสงน้อย

ภาพนี้ถ่ายด้วย กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล F2.2 มุมกว้าง 123 องศา จากมุมเดียวกันเราก็จะได้ความรู้สึกและการเก็บรายละเอียดของภ่าพที่ต่างออกไป คือได้ความรู้สึกที่กว้าง โอ่โถง รู้สึกถึงความโล่ง

3. จอกว้างกว่าในราคาหมื่นต้น

Samsung Galaxy A50

ทำไมคนมักจะบอกว่าถ้าอยากได้โทรศัพท์จอใหญ่ให้ไปซื้อโทรศัพ์ระดับเรือธง ก็ไม่รู้ว่ามีใครไปปักธงเขียนกฎกันเอาไว้แบบนั้น
ในเมื่อวันนี้คอนเทนต์ที่หลายคนนิยมตอนนี้คือการดูวิดีโอ แล้วทำไมเครื่องรุ่นกลางถึงจะมาด้วยจอใหญ่เต็มตาไม่ได้

ความบันเทิงมักจะลดเมื่อถูกหดขนาดจอ เครื่องรุ่นนี้มากับจอกว้าง 6.4 นิ้ว หน้าจอแสดงผลเต็มจอขอบจรดขอบ (ซ้าย-ขวา) ที่มาพร้อมความละเอียดแบบ Full HD+ เพื่อความบันเทิงที่ไม่มีหมด
แสดงผลด้วยสีสวยสดบนจอ Super AMOLED ที่ให้การแสดงสีสันสดใสกว่าในราคาใกล้กัน

เสริมอีกนิดสำหรับคนที่ชอบดูหนัง ชอบถ่ายวิดีโอรุ่นนี้คุณใส่ micrSD Card เพิ่มได้ความจุสูงสุด 512 GB ซึ่งถือว่ารองรับความจุหน่วยความจำภ่ายนอกที่เยอะกว่าใครในช่วงราคาเดียวกัน

4. USB Type-C พอร์ทนี้ที่เรารัก

Samsung Galaxy A50

ปีก่อนหน้านี้ USB Type-C ดูจะเป็นเอกสิทธิ์ที่มีเฉพาะกับเครื่องระดับเรืองธง
แต่สำหรับปีนี้เครื่องระดับกลางที่ได้เทคโนโลยีจากรุ่นพี่ควรจะมี USB Type-C มาตรฐาน

แล้ว USB Type-C พอร์ทนี้ที่เรารักนั้นดีกว่าอย่างไร ถ้าใครใช้ micro USB มาก่อนคงจะเคยรู้สึกถึงความหนักใจเวลาเสียบสายชาร์จเข้า
ทำไมเราต้องคอยหงายท้ายโทรศัพท์แล้วคอยดูว่าเราเสียบถูกต้องมั้ย ทำไมไม่เป็นการเสียบสายที่เสียบท่าไหนก็ใช้ได้เหมือนๆ กัน นั่นคือความง่ายสบายกว่า

ข้อดีกว่าในเรื่องถัดมา คือ USB Power Technology ที่ทำให้ USB Type-C สามารถรองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าได้สูงถึง 20V, 5A ทำให้การชาร์จไฟไปยังแบตเตอรี่ทำได้เร็วขึ้น อัตราการโอนถ่ายข้อมูลทำได้เร็วกว่า micro USB แบบเดิม เพราะการนั่งโหลดรูปคอมแล้วความเร็วระดับเต่ากัดสายไม่ใช่เรื่องสนุก

และที่สำคัญคือ อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ใช้กับแอนดรอย์ช่วงหลังจะเป็น USB Type-C เยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ ด้วย

ฉะนั้นเวลาเราซื้อโทรศํพท์ก็ต้องท่องไว้ว่า ฉันจะเป็นคนมองไกล ฉันจะเป็นคนส่วนใหญ่ คุยกับใครเขาก็รู้เรื่อง ฉันจะไม่เดินเซื่องช้าแล้วถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โทรศัพท์เครื่องใหม่ยืนยันฉันจะเอา USB Type-C เท่านั้น ! อย่าให้คนขายหว่านล้อมไปมองตรงอื่น
ต้องขอบคุณการแข่งขันการตลาด ที่ทำให้เราได้พอร์ทนี้มาใส่ในโทรศัพท์ระดับกลางแล้ว

5. การจัดการพลังงานที่ดีกว่า

Samsung Galaxy A50

ตัวเครื่องบางขนาดนี้คิดว่าแบตเตอรี่ภายในเขาใส่กันมาสักกี่พันมิลลิแอมป์
ถ้าใครเคยได้อ่านที่เว็บของซัมซุงเขาก็จะเผยถึงความพยายามในการพัฒนาเรื่อวงแบตเตอรี่ที่บางลงแต่เก็บไฟได้เยอะมาอย่างต่อเนื่อง
เพราะในความเครื่องบางยังมีแบตเตอรี่ความจุที่ 4000 mAh ซึ่งให้มาในระดับที่ว่าไม่ได้น้อยหน้าใครในตลาด
และรองรับ Fast Charge ที่กลายเป็นมาตรฐานในตอนนี้
ดูหนัง เล่นเกม ฟังเพลง ตอบโซเชี่ยล ถ่ายรูป แบตเตอรี่ความจุขนาดนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้สนุกได้ไปตลอดจนจบวัน

อันนี้อาจจะเกินมาจาก 5 ข้อ แต่ขอเล่าต่อก็แล้วกัน เพราะมันมาจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนล้วนๆ

เหตุผลพิเศษ : สายปั่นฉันต้องการ ANT+ บนสมาร์ทโฟน

ผมเชื่อว่าหลายคนมีมิตรสหายสายนักกีฬาที่เป็น Weekend Rider หรือนักปั่นวันหยุดหลายคน
แล้วผมมักจะเจอคำถามอยู่บ่อยๆ ว่าเงินหมดกับจักรยานไปเยอะแล้ว ขอโทรศัพท์แบบ โทรศัพท์รุ่นไหนรองรับ ANT+ ดีๆ ทีราคาไม่แพง ขอเก็บความแรงไว้กับรอบขา

คุณเชื่อมั้ยผมนี่แทบพลิกแผ่นดินหาโทรศัพท์กับเวลาเจอคำถามแบบนี้

อธิบายก่อนกว่าคือ ANT+ เป็นเทคโนโลยี มาตรฐานของการสื่อสารแบบไร้สายชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความสามารถใกล้เคียงกับ Bluetooth 4.0 เพื่อรับ ส่งข้อมูลระหว่างกัน ข้อดีของ ANT+ คือ กินไฟต่ำ ซึ่งอุปกรณ์ตรวจจับการออกกำลังกายต่างๆ ก็จะนิยมใช้การส่งข้อมูลผ่านมาตรฐาน ANT+

แต่ไม่ใช่โทรศัพท์ระดับราคาหมื่นนิดจะมี ANT+ ใส่มาเป็นมาตรฐาน
ใครจะใส่มาให้ถ้าไม่ใช่แบรนด์ที่สนใจเรื่องการเชื่อมต่อจริงจังแบบนี้
เราลองเทียบกัน 3 รุ่นดังๆ ในตลาดที่ออกมาช่วงเวลาเดียวกันในตลาดสมา์รทโฟน
นี่เป็นรุ่นเดียวที่มี

ถ้าคุณมีมิตรสหายสายปั่นที่มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลบนจักรยาน แล้วหันมาถามคุณด้วยคำถามแบบที่ผมเจอมาข้างบน โปรด Bookmark หน้านี้เก็บไว้ หรือส่ง Link หน้านี้ไปให้เขาอ่านครับ เพราะสิ่งที่เขาต้องการนั้นอยู่ในเครื่องรุ่นนี้ ไม่ต้องไปมองรุ่นอื่นแล้วในงบประมาณหมื่นบาทนิดๆ

ซื้อดีมั้ย Samsung Galaxy A50

ซัมซุงเคาะราคาขายรุ่นนี้ที่ 11,490 บาท ข้อดีแบบสรุปรวดรัดสำหรับผมคือ ผู้บริหารซัมซุงเองเคยประกาศชัดบนเวทีว่า นโยบายต่อจากนี้คือโทรศัพท์รุ่นกลาง จะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรุ่นพี่แบบที่ไม่ต้องรอนาน ซึ่งพวกเขาก็ทำอย่างที่พูดไว้ได้ในราคาที่เหมาะสม ผมอธิบาย 5 ข้อดีที่ผมชอบแล้ว ที่เหลือก็คือให้คุณไปลองสัมผัสด้วยตัวเองที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย เผื่อว่าคุณจะมี 5 ข้อดีที่เราอาจจะเห็นกันในอีกมุมครับ

โปรโมชั่น Samsung Galaxy A50 สำหรับลูกค้า DTAC และ Truemove-H

สำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมมา DTAC

  • เครื่องราคา 3,490 บาท พร้อมชำระค่าบริการรายเดือนล่วงหน้า 2,000 บาท (ยังไม่รวม VAT 7%)
    ลูกค้าต้องมีหรือสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 899 บาทต่อเดือนขึ้นไป และยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการต่อเนื่องเป็นเวลา 12 เดือน (สัญญา 12 เดือน)
    ค่าบริการรายเดือนที่ชำระล่วงหน้าจะถูกแบ่งเป็นส่วนลดค่าบริการรายเดือน 200 บาทนาน 10 เดือน
  • เครื่องราคา 4,490 บาท พร้อมชำระค่าบริการรายเดือนล่วงหน้า 2,000 บาท (ยังไม่รวม VAT 7%)
    ลูกค้าต้องมีหรือสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 699 บาทต่อเดือนขึ้นไป และยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการต่อเนื่องเป็นเวลา 12 เดือน (สัญญา 12 เดือน)
    ค่าบริการรายเดือนที่ชำระล่วงหน้าจะถูกแบ่งเป็นส่วนลดค่าบริการรายเดือน 200 บาทนาน 10 เดือน

สำหรับลูกค้า DTAC รายเดือน

  • เครื่องราคา 4,990 บาท พร้อมชำระค่าบริการรายเดือนล่วงหน้า 2,000 บาท (ยังไม่รวม VAT 7%)
    โดยลูกค้าต้องสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 899 บาทต่อเดือนขึ้นไป ค่าบริการรายเดือนที่ชำระล่วงหน้าจะถูกแบ่งเป็นส่วนลดค่าบริการรายเดือน 200 บาทนาน 10 เดือน
  • เครื่องราคา 5,990 บาท พร้อมชำระค่าบริการรายเดือนล่วงหน้า 2,000 บาท (ยังไม่รวม VAT 7%)
    โดยลูกค้าต้องสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 699 บาทต่อเดือนขึ้นไป
    ค่าบริการรายเดือนที่ชำระล่วงหน้าจะถูกแบ่งเป็นส่วนลดค่าบริการรายเดือน 200 บาทนาน 10 เดือน

สำหรับลูกค้า Truemove-H

  • ลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ ,ย้ายค่ายเบอร์เดิม , ลูกค้าเปลี่ยนเติมเงินเป็นรายเดือน ชำระค่าเครื่อง 6,990 บาท
    โดยลูกค้าต้องสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 699 บาทต่อเดือนขึ้นไป สัญญา 12 เดือน
  • ลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ ,ย้ายค่ายเบอร์เดิม , ลูกค้าเปลี่ยนเติมเงินเป็นรายเดือน ชำระค่าเครื่อง 5,990 บาท
    โดยลูกค้าต้องสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 899 บาทต่อเดือนขึ้นไป สัญญา 12 เดือน
  • ลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ ,ย้ายค่ายเบอร์เดิม , ลูกค้าเปลี่ยนเติมเงินเป็นรายเดือน ชำระค่าเครื่อง 5,990 บาท
    โดยลูกค้าต้องสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1099 บาทต่อเดือนขึ้นไป สัญญา 12 เดือน

Tags

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

Back to top button
Close

Adblock Detected

Please consider supporting us by disabling your ad blocker