Review

สรุปสั้นเรื่อง HMS และ App Gallery งาน Huawei APAC HUAWEI Developer Day 2019

HUAWEI Developer Day 2019 งานชบุมนุมนักพัฒนาระดับ Asia Pacific ณ ประเทศสิงคโปร์
โดยหัวข้อใหญ่ในครั้งนี้ HMS (Huawi Mobile Service) , App Gallery และโอกาสทางธุรกิจ
เมื่อโลกนี้ไม่ได้มีการแสดงผลแค่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ อะไรคือความท้าทายต่อจากนั้น และทิศทางต่อไปของหัวเว่ยในยุค 5G Era

“กอดคอเล้วเติบโตไปด้วยกัน” นั้นคือความรู้สึกแรกของเราหลังจากเห็นการเปิดตัวสไลด์แผ่นที่หนึ่ง ตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจของหัวเว่ยในปี 2019 จนถึงเดือน ตุลาคม คือ  PC นั้นเติบโต ขึ้นถึง 214% Tablet เติบโตขึ้น 10%  Smart Audio นั้นเติบโตขึ้น 233% และ Wearble เติบโตขึ้น 272 % ส่วนสมาร์ทโฟนนั้นลงสู่ตลาดไปแล้วกว่า 200 ล้านเครื่อง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่อันดับ 2 ของตลาดโลก    ทำไมเราตืนเต้นกับ 4 deviceตรงนี้ เพราะนั่นคือทัพหน้าที่หัวเว่ยเพิ่งส่งลงมาสู่ตลาดเมื่อไม่นาน สำหรับการปูพรมให้ผู้ใช้เข้าสู่ระบบนิเวศของพวกเขา คือยิ่งเข้าไปถึงมือผู้ใช้มากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงว่ามีกุญแจเข้าไปถึงผู้ใช้มากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องหยุดแค่โทรศัพท์มือถือ

ทำไม Huawei ถึงพา HMS ออกจาก Safe Zone และกระโจนสู่ตลาดโลก มาดูตัวเลขตรงนี้ก่อน 123 % คือ Global Developer ที่เข้ามาลงทะเบียน จาก 480,000 ของปี 2018 ขึ้นมาอยู่ที่ 1,070,000 ในปี 2019 และ 117% คือตัวเลขการเติบโตของแอพที่ integrate เข้ากับ HMS Core จาก 23,000 เมื่อปี 2018 มาเป็น 50,000 แอพในปี 2019

ทำไมเขาต้องยกตัวเลขตรงนั้นขึ้นมาปูก่อนเข้าเรื่อง คือ Device นั้นคือถ้ามีเทคโนโลยี มีกำลังการผลิตก็สามารถสร้างได้
แต่ทุกอย่างจะไม่มีความหมายได้เลยถ้าไม่มีนักพัฒนามาร่วมด้วยกัน เพื่อสร้าง smart lifestyle สำหรับความต้องการในตลาดที่หลากลายทั้งในเรื่องของ สุขภาพ การศึกษา ข่าว การท่อง เที่ยว บันเทิง และอื่นๆ สังเกตุตรงรูปด้านล่างดีๆ นะครับ ว่าตอนนี้พวกเขาปูสู่ตลาดอุปกรณ์อะไรไว้บ้าง ครึ่งนึงคือ IOT อีกหนึ่งคือรถยนต์ และสุดท้ายคือชิป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจของพวกเขาตอนนี้

นอกจากทำให้รู้ว่าแอพนั้นปลายทางจะออกไปที่ไหน นักพัฒนาต้องไปรู้ก่อนว่าจะเอางานตัวไปวางที่ตรงไหน
สิ่งที่เราอยากบอกคือตล Application Store นั้นมีผู้เล่นมากกว่า 2 เจ้าในตลาด  และ Huawei App Gallery นั้นอยู่อันดับ 3
ตัวเลขที่เราให้ความสนใจตรงนี้อยู่ที่ 170 ประเทศทั่วโลก  และมียอดการดาวน์โหลด 1,300 ล้านครั้ง “นอกประเทศจีน”
มันก็สะท้อนกลับไปนั่นล่ะว่า ทำไมเขาถึงยกตัวเลขยอดการเติบโตของ device ขึ้นมาก่อน  เพราะมันคือการสะท้อนว่ามีช่องทางไปสู่ผู้ใช้มากพอ

HUAWEI Ability แพลตฟอร์มรวมสำหรับการรวมและกระจายบริการ ที่เบื้องหลังนั้นใช้ระบบการกระจายผ่าน AI เมื่อรวมเข้ากับแกลเลอรี ทำให้บริการผ่าน touch point หลายชุดอุปกรณ์ เช่น Assistant , Browser, HiVoice

การที่จะทำแอพออกมาให้เข้ากับปลฃายทางหลากหลาย device นั่น ในยุคที่ mobile internet ความเร็วสูงเข้ามามีผล สิ่งหัวเว่ยวางแนวทางไว้คือ “Quick App”  ซึ่งมีแนวคิดคือ ใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย ใช้เวลาในการพิจารณาผ่านขึ้น store ได้ไว และรองรับกับการ  cross platform ระหว่าง สมาi์ทโฟน  แท็บเล็ต นาฬิกา แว่นตา หรือว่ารถยนต์  ซึ่งปัจจุบันมีแล้ว มากกว่า  1,000 แอพจากนักพัฒนาในจีนมากกว่า 2,500 ราย

แต่กับความต้องการ ของนักพัฒนาทั่วโลกล่ะ หัวเว่ยพยายามบอกอะไรในวันที่พบกันครั้งแรก

  • One-Stop Portal Site เข้าไปหาอะไรต้องได้เจอ
  • Easy Verification  จะเป็นนักพัฒนาแลล องค์กร หรืออิสระ ก็พร้อมจะอ้าแขนเข้ามาพิจารณา
  • Consolidate Information รวบรวมข้อมูลให้ มีรายงาน มี site message และอื่นๆ
  • Technical Support มีการให้ปรึกษาแบบไม่ต้องรอนาน และไม่เกี่ยง time zone
  • Unified Payment Service รองรับ 220 ประเทศ และหลากหลายสกุลเงิน

หนึ่งในบริการท่นักพัฒนาแอพนั้นต้องเรีบกใช้คือ Location Kit  สำหรับการดึงข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดสำหรับแอพ แล้วนาทีนี้มีอะไรให้ใช้ได้บ้าง

  • Offline+Online Postioning พิกัดทั้ง ออฟไลน์หรือว่าออนไลน์ สามรถเข้าถึงได้หมด
  • Lower Consumption การเข้าถึงโดยใช้พลังงานต่ำ\
  • High Positioning Accuracy การอ้างอิงพิกัด GPS+WiFi+Bluetoothe+Base station นั้นมีให้ครบครัน
  • Massive Data Source มีพิกัดสถานที่ในฐานข้อมูลจำนวนหลักพันล้านแห่ง

In App Purchase คือรูปแบบของการให้ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อบริการ หรือเนื้อหาเพิ่มเติมได้จากในแอพเพราะมีแอพแล้สต้องมาดูว่าจะทำให้เกิดรายได้ และอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ได้อย่างไร ซึ่งรองรับการชำระเงินทั้งในช่องทางหลักอย่าง Visa/Master
กาชำระตรง จ่ายด้วย Huawei Point หรือแม้กระทั่ง 3rd party สำหรับแต่ละท้องถิ่น

นอกจากนั้นยังรองรับระบบ Subscription หรือว่าสมัครสมาชิก  ซึ่งรองรับกว่า 140 สกุลเงินทั่วโลก
สามรกำหนดช่วงการทดลองใช้ ตาระยะเวลา  กำหนดราคาทั่วโลกได้แบบอัตโนมัติ
,ไม่มีการมือลั่นตั้งราคาผิดเนื่องจากความต่างของค่าเงินระหว่างประเทศ ตั้งราคาที่แตกต่างกันระหว่างประเทศเองได้ มีระบบการแจ้งเตือน และมีรายงานการสมัครใช้

HMS Core Roadmap Planning การที่นักพัฒนาจะมาร่วมลงเรือล่องนาวา ก็คงต้องการแผนที่ด้วยล่ะว่า น้ำมีให้ ไฟมีพร้อม แล้วจอบกับเสียบ เครื่องมือมีอะไรให้ต่อไปจากนี้ สำหรับ Kit พื้นฐานสำหรับนักพัฒนานั้น มีการเปิดให้ใช้มาตั้วแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ทั้ง Game ,In-App Purchase, Ads ,Analytics Location Map หรือแม้กระทั่ง Drive

สิ่งที่จะมาในสิ้นปี 2019 ก็มีเพิ่มขึ้นมาอีกสำหรับแอพที่ดูจะใกล้ตัวกันมากขึ้นอย่าง Wallet , DRM , Health , Identity ,  Nearby , Panorama และอื่นๆ

มองในมุมคนทำธุรกิจกันบ้าง จะมีชุด Kit มากมายไปทำไม ถ้ามันไม่ได้ทำให้เกิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ
ก็เลยมียก Case Study ขึ้นมาลายเรื่อง และ Cewe X Huawei Share ก็เป็นหนึ่งในความสำเร็จนั้น ใช้ชุด  OneHop kit และ Huawei Share ในการพัฒนาตู้พิมพ์ภาพถ่ายจาก Smart Phone แบบ instant  ภายใต้แนวคิดว่า  Wireless – Fast  – Simple และ Secure

ถ้ามองในแง่เจ้าของบริการ เจ้าของกิจการ ทุกวันมีคนเลื่นผ่านไปผ่านมา ตัวเลขสถิติเรื่องนี้ก็ควรจะรู้ไว้รู้ไว้ก็ได้มั้ง

  • 80 แอพต่อเครื่องต่อคนนั่นคือสถิติโดยค่าเฉลี่ย
  • คนเราใช้ 9 แอพต่อวัน
  • คนเราใช้ 30 ตัวต่อเดือน

ทำอย่างไรคนถึงจะรู้จักแอพ หรือบริการของเรา ถ้าไม่อยากให้ยืนงงในดงแอพ

ในหน้า App Galley มีตัวช่วยในการแนะนำแอพของคุณให้โลกได้รู้จัก โดยหัวเว่ยเขาเตรียมไว้ให้ดังนี้

  • Popular Apps
  • Recomended Apps
  • Splash Scrren Apps
  • Banner
  • Feature Page

  • Gift
  • Campaign
  • Albums
  • Recomendation Cards
  • Hi Folder

อีก 3 เทคนิคที่หัวเว่ยแนะนำ ในการทำให้ผู้ใช้ค้นเจอแอพของคุณคือ

  • Most Search การใช้ คียเวิร์ด แนะนำ หรือ list ที่คนมักจะสืบค้น
  • Quick Search แอพแนะนำยากการพิมพ์คำที่เกี่ยวข้อง และแนะนำแอพน่าดาวน์โหลด
  • Search Result เราสามารถ ตั้งคำค้น 200 คีย์เวิร์ดสำหรับกานสืบค้น รวมถึงการ bid เพื่อตำแหน่งที่ดีขึ้น

อ่านกันถึงบรรทัดนี้ แล้วไหนล่ะเรื่องราวของลูกค้าผู้ใช้ทั่วไป เขาไม่มีพูดอะไรหน่อยเหรอ
ถึงจะเป็นงาน developer day แต่ก็มีจุดเชื่อมโยงกับผู้ใช้ทั่วไปอยู่ สิ่งที่เปิดตัวไปแล้วตอนนี้ คือ App Gallery , Assistant , Theme และ Brower  ใช่! นี่คือเรื่องพื้นฐานที่การสร้าง Eco System ของแบรนด์ควรจะมีสำหรับตอนนี้
แต่สิ่งที่กำลังจะมีล่ะ

Member Center .. อันนี้เราเห็นสัญญาณอยู่แล้วว่าหัวเว่ยมีความพยายามจะสร้างฐานกลุ่มผู้ใช้
พยายามที่จะมี Rewards ที่เชื่อมโยงเข้ากับระบบนิเวศโดยทั้งหมด
Cloud .. อันนี้ทิศทางของตลาดต้องมีศูนย์กลางไว้เป็นที่เก็บข้อมูลของผู้ใช้

แต่ 3 สิ่งที่จะตามมาอันนี้เราเริ่มตั้งคำถามสำหรับคนนิเทศศาตร์ และนักพัฒนาคอนเทนต์
คือ Reader , Music และ Video! เรายอมรับว่าเราตาโตกับสองประเด็นหลังที่ชื่อดังๆ แล้ว เราน่าจะคุ้นกันอย่าง Paramount , Lions Gate , BBC Studio ,Discovery ,VICE ,CJ

30 ล้านเพลง พร้อมให้บริการใน 110 ประเทศ และมากกว่า ในฐานะที่ขาอีกข้างของเราทำงานข้องเกี่ยวกับวงการเพลง
เราลองไล่ชื่อศิลปินจากปก Tata Young , Michael Jackson , Linkin Park , Charlie Puth ,Ed Sheeran
เออ.. นี่คือการกวาดเอา Major Music Label ของโลกเข้ามาเป็นพันธมิตรเลยนี่ ส่วนจะมีการดึงค่ายเพลง หรือศิลปินอิสระเข้ามาเป็นพันธมิตรด้วยหรือไม่ และจะให้บริการแบบไหน นั่นคือเรื่องที่น่าจะได้เห็นในระยะเวลาอันใกล้

แล้วกลลยุทธ์ในยุคต่อไปของหัวเว่ยคืออะไร  เขาเรียกกลยุทธ์นี้ว่า 1+8+N = Seamless AI Life

คือการเชื่อมต่อชีวิตดิจิตอลอย่างไร้รอยต่อที่เริ่มจากเปิดบริการมือถือ Huawei, อุปกรณ์ HUAWEI, 5G Networks และแอพ AI
คำอธิบายคือ สมาร์ทโฟนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง คือ 1 และพันธมิตรระบบนิเวศของ HUAWEI เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สนับสนุนอีก 8 ชิ้นเพื่อสร้างสภาพแวดล้อม IoT ที่เชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ผ่านการให้บริการ ด้วยช่องการทางการสื่อสารทั้งการสัมผัส การใช้เสียง  , เนื้อหาแบบ On Demand  ,บริการข้อมูล  ,เนื้อหา  และบริการทั่วไป

ในส่วของการ Streaming Content แบบไร้สายนั้น มีการเทียบผลแบบตรงๆ ระหว่าง Cast+ และ Airplay 2 ให้ดูความชัมคม ซึ่งหัวเว่ยทำให้เห็นว่ามี pcaket loss ที่น้อยกว่าคืออยู๋ 2% เท่านั้น ซึ่งตรงนี้สามารถทำอะไรได้ต่อไปอีก นั่นหมายถึงว่าหัวเว่ยเองก็มองไปยังตลาดเกมมือถือด้วยเช่นกัน

คือมีแค่สมา์ทโฟน จอย บลูทูธ และ โทรทัศน์เพื่อเข้ามาสู่ตลาดของเครื่องเล่นเกมภายในบ้าน ซึ่ง cast+ จะให้ค่าความหน่วงที่ต่ำกว่า และยังคงคุณภาพระดับ HD  โดยใช้การแตะเพียงครั้งเดียว

อย่างที่หลายคนทราบ ก่อนหน้านี้หัวเว่ยก็มีอุปสรรคถาถาโถมเข้ามาอย่างมากมายที่กระจายตามหน้าข่าว แล้วเขาจะวางแผยรับมือกับกระแสความไหลแรงของเทคโนโลยีโลก และเรื่องอื่นอย่างไร

จากตัวเลข 1 นั่น ก็น่าจะแทนคำตอบได้แล้วว่าหัวเว่ยยังเดินหน้าในส่วนของโทรศัพท์มือถือต่อไป
ทุกอย่างที่อยู่ใน road map ก็จะยังดำเนินต่อไป ส่วนเสียงสะท้อนในระหว่างทาง ทางหัวเว่ยก็ให้คำยันยันเป็นมั่นเหมาะว่าพวกเขาฟัง และเก็บมาพิจารณา

ความมั่นใจของการทำตล่ดในยุค 5G นั่นอยู่ที่ตรงไหน เรื่องอุปกรณ์เน็ตเวิร์คของผู้ให้บริการเครือข่ายอันนี้ใครก็รู้ว่าหัวเว่ยคือ 1 ผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องนี้สูงมาก เขาเลยแสดงภาพนี้ขึ้นมากครับ คือ 5G หัวใจของมันอยู่ที่ Latency  และจากจุดนี้เบื้องหลังคือการส่งต่อ การประมวลผล และการสื่อสารระหว่างกัน  หัวเว่ยเลยใช้คำนี้ว่า “Chipset – Device – Cloud Synergy” 

คือหัวเว่ย มีชิป คือ หัวเว่ยมี Balong 500 มี Kirin 990 5G ในมือ  นี่คือขาของ 5G และ AI ส่วน Device ในมือคือสมาร์ทโฟน EMUI มีนาฬิกา ที่คอยเก็บข้อมูลผู้ใช้แบบดิจิทัล ผนึกกับ Native App , Quick App และ Ability บน Huawei Mobile Service
คือทันทีที่มีการเปิดใช้ 5G อย่างเป็นทางการในส่วนต่างๆ ของโลกเมื่อไหร่ เราคิดว่าหัวเว่ยน่าจะใส่อะไรลงมาเต็มสูบอีกแน่นอน
คือเขาปูเรื่องนี้สักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่เราอาจจะไม่ได้รู้กันมากเท่าไหร่

มาสู่เรื่องใกล้ตัวแบบผู้ใช้ทั่วไปกันบ้าง
ถ้าวันหน้ากรณีพิพาทรัหว่างอเมริกากับจีนจบสิ้นรวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้า สามารถหาข้อยุติกันได้แล้ว สามารถกลับมาใช้ใบ้ GMS ได้เหมือนเดิม ตัว HMS จะยังอยู่จำเป็นหรือไม่ .. นี่คงเป็นคำถามที่หลยคนอยากรู้   ทางหัวเว่ยก็ได้ให้คำตอบแบบมั่นเหมาะว่า “เก็บไว้ทั้งสองระบบคู่กัน” ซึ่งเราเองก็ไม่ได้แปลกใจในคำตอบนี้ เพราะที่ผ่านมาท่าทีของผู้บริหารก็เคยมีการตั้งแง่ใดๆ กับ Google  ในเรื่องนี้

แล้วในอนาคตอันใกล้จะมีแอพที่จำเป็นต้องใช้ไทย ที่คนไทยใช้บ่อยเป็นแอพหลักเข้ามาเพิ่มอีกแค่ไหน
โชคดีที่เรามีโอกาสเจอทีมงานของหัวเว่ยที่ดูในเรื่องของแอพไทย ทำให้เราทราบข้อมูลคร่าวๆ ว่าที่งานนี้ก็มีตัวแทนจากแอพในฝั่งไทยเข้ามาร่วมงานด้วยเช่นกันกัน และที่ผ่านมาก็หน้านี้ก็มีความพยายามในการพูดคุยแอพของให้ผู้ให้บริการรายใหญ่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ของ HMS อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายแอพก็อยู่ในช่วงของการพัฒนาเพื่อปรับให้เข้าระบบ

ส่วนสถานการณ์อง Mate 30 ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง นั่นอาจจะเป็นคำถามที่ดูเหมือนจะว่างเปล่าในคำตอบ
แต่หัวเว่ยยังยืนยันกับสื่อมวลชนว่า ทุกอย่างยังคงไปได้ดี และยังเดินหน้าไปตาม road map ของปีหน้าเช่นเดิม
นั่นหมายถึงโทรศัพท์ในซี่รี่ส์ต่างๆ ของหัวเว่ย ยังคงเดินหน้าต่อไป

ภาพนี้น่าจะบรรยายได้ดีถึงเป้าการแข่งขัน การพุ่งชนของหัวเว่ยว่าจะไปในทิศทางไหน
ทำลายทุกข้อจำกัดของ Device แล้วพุ่งไปให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์เดียวกันในหน้าจุกทุกขนาด ตั้งแต่ นาฬิกา PC สมาร์ทโฟน รวมไปจนถึงทีวี

กาลครี่งนึ่งตอนหัวเว่ยมาทำตลาดในไทย สมัยนั้นเครื่องไม่ได้ดีมาก แต่เขาประกาศดับสื่อที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทุกคนรวมถึงผมว่า
อีก 5 ปีข้างหน้า เขาจะมาเป็น TOP 3 ของวงการสมาร์ทโฟนในแง่ยอดขาย .. ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครเชื่อ แต่สุดท้ายก็ทำได้ มันเลยกลายเป็นเรื่องที่ฝังใจผมตอนนี้ ฉะนั้นนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมเห็นว่าเขาก็พยายามในเส้นทางของเขา ส่วนผลลัพทืจะออกมาในรูปแบบใด ความพยายามไม่เคยทำร้ายคนที่ตั้งใจ เรายังคงต้องรอดูต่อไปครับ

ที่เราเล่ามาคือแค้สเสียวเดียวจากในงานนี้ บอกลเ่าไว้เผื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ไปต่อในฐานะนักพัฒนา และข้อมูลเกี่ยวกับ Developer ของ Huawei สามรถติดตามได้ที่ไหนบ้าง

https://developer.huawei.com/consumer/en/
https://developer.huawei.com/consumer/en/appgallery
https://developer.huaweicloud.com/en-us/
https://consumer.huawei.com/en/mobileservices/huawei-developer-day/

ขอบคุณ : Huawei Thailand ที่เอื้อเฟื้อโอกาสในครั้งนี้ครับ

Tags

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

Back to top button
Close
Close

Adblock Detected

Please consider supporting us by disabling your ad blocker